ถุงใต้ตาบวมตุ๋ยของคุณ เทียม หรือ แท้ (หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ พร้อมทางเลือกการรักษา)


ปัญหาถุงใต้ตา (Eye bags) นับว่าเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้กับใครหลายคนอยู่ไม่น้อย เพราะถุงใต้ตาที่ว่านี้มันไม่ใช่ถุงใต้ตาแบบเกาหลีที่สาว ๆ เขาฮิตกัน (Dolly Eyes) เพราะส่วนนี้จะมันเกิดขึ้นจาก "กล้ามเนื้อใต้ตา" ซึ่งมันจะช่วยทำให้หน้าตาดูหวานขึ้นเหมือนนักร้องเกาหลี แต่จริง ๆ แล้วมันคือถุงใต้ตาที่บวมป่องเป็นวงกลมจนเกินหน้าเกินตานักร้องเกาหลีเนี่ยสิ ไอ้แบบนี้แหละที่เขาเรียกว่า "ถุงใต้ตา" ที่มันทำให้หน้าของเราดูโทรมลง ๆ T-T

เป็นที่ทราบดีว่าผิวหนังบริเวณใต้ตาของเรานั้นเป็นอะไรที่บอบบางมากอยู่แล้ว จึงทำให้ทุกคนมักประสบปัญหาถุงใต้ตามาแล้วไม่มากก็น้อย ซึ่งการเกิดถุงใต้ตานั้นก็มาจากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นจากกรรมพันธุ์ การใช้ชีวิตประจำวัน สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ฯลฯ แม้ว่าเราจะไม่ยังสามารถยับยั้งให้มันเกิดขึ้นได้อย่างถาวร แต่เราก็สามารถลดแก้ปัญหานี้ได้ตามมาดูกันเลย



ถุงใต้ตาเทียม เป็นอาการบวมน้ำ มีสาเหตุมาจากระบบการไหลเวียนของของเหลวในร่างกายไม่ดี ทำให้มีของเหลวไปคั่งอยู่บริเวณใต้ตา จนเกิดเป็นอาการใต้ตาบวมที่เกิดขึ้นมักเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ปกติ เช่น การอดนอน, ร้องไห้หนัก, ชอบขยี้ตา, ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ, การใช้สายตามาจนเกินไป, การรับประทานอาหารที่ก่อให้เกิดอาหารบวม หรือ แม้กระทั่งอาการแพ้สารต่างๆ ซึ่งอาการบวมของใต้ตาเหล่านี้ เป็นอาการที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น หากดูแลตัวเองเป็นอย่างดี หมั่นประคบเย็น พักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะทำให้ผิวใต้ตาส่วนนี้กลับคืนสู่สภาพปกติ


วิธีการรักษาถุงใต้ตาเทียม

การรักษาก็คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการดูแลตัวเอง เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ขยี้ตาแรงๆ เช็ดคราบเครื่องสำอางอย่างเบามือ งดการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงแสงแดด ควรดื่มน้ำมากๆ และไม่ใช้สายตามากเกินไป ใช้การประคบเย็นช่วยลดอาการบวม หรือใช้ครีมสำหรับทาใต้ตาเพื่อช่วยลดอาการบวมหรือลดรอยคล้ำใต้ตา ซึ่งอาการดังกล่าวก็จะค่อยๆดีขึ้นและหายได้เอง



ถุงใต้ตาแท้ ในส่วนนี้จะเป็นถุงใต้ตาที่เกิดขึ้นโดย “กรรมพันธุ์” มักเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อภายในร่างกาย และอีกส่วนหนึ่งคือ ปกติแล้วถุงไขมันนี้จะถูกกั้นไว้ด้วยกล้ามเนื้อเปลือกตาที่แข็งแรง แต่เมื่ออายุมากขึ้นเนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้อบริเวณใต้ดวงตานี้จะอ่อนแรงลง(เกิดจากความเสื่อมสภาพของผิวหนัง)ทำให้เกิดการหย่อนตัว ไขมันและของเหลวที่อยู่โดยรอบจะเคลื่อนตัวมาอยู่รวมกันบริเวณผิวหนังใต้ตา จนเกิดการบวมนูนอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก้อนไขมันนี้จะค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นไปตามอายุ


วิธีการรักษาถุงใต้ตาแท้

การรักษาจะยากขึ้น เพราะการดูแลตัวเองให้ดีก็ไม่สามารถช่วยให้อาการลดลงได้ การรักษาถุงใต้ตาแท้มีหลายวิธี ได้แก่

1.การฉีดสลายไขมัน (Mesofat)

เป็นทางลัดในการนำตัวยาเข้าสู่ชั้นผิว ด้วยการฉีดตัวยาที่ช่วยสลายไขมันลงในชั้นไขมัน กลไกการออกฤทธิ์ของเมโสแฟต ช่วยเรื่องการขับไขมันออกจากร่างกาย การทำเมโสแฟตสามารถทำได้หลายตำแหน่ง ร่วมถึงสามารถลดไขมันที่หนังตาบน และถุงใต้ตา


2.การฉีดสารเติมเต็มเข้าไปบริเวณร่องตา

ทำให้ร่องตาบริเวณถุงใต้ตาดูตื้นขึ้น แต่ไม่ใช่วิธีการรักษาถุงใต้ตาโดยตรง และหากทำไม่ดีหรือแพทย์ไม่เชี่ยวชาญอาจทำให้ถุงใต้ตาดูชัดมากขึ้นได้ สารเติมเต็มแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ

-การฉีดไขมัน (Fat Transfer)เหมาะกับคนที่ร่องใต้ตาลึกและกว้างมาก

-ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา (Filler)เหมาะกับคนที่มีร่องใต้ตาไม่ลึกหรือกว้างมากนัก


3.การผ่าตัดลดขนาดถุงใต้ตา ( Lower Blepharoplasty )

คือการขยายตัวขึ้นออกเป็นการรักษาภาวะถุงใต้ตาที่เกิดขึ้นได้ดีที่สุดและเป็นการรักษาแบบถาวรที่ถุงใต้ตาจะไม่กลับมาอีก โดยการผ่าตัดเป็นการรักษาถุงใต้ตาต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยของดวงตา


4.การใช้คลื่นวิทยุ ( Radio Frequency หรือ RF )

คลื่นวิทยุที่ยิงเข้าไปจะเข้าไปจะเข้าไปสู่ผิวหนังชั้นในสุด ( Subcutaneous fat ) ผ่านชั้นผิวหนังเข้าสู่ด้านในจะทำให้ผิวหนังแต่ละชั้นเกิดการสั่นสะเทือนเล็กน้อยคล้ายกับการนวด ซึ่งคลื่นวิทยุช่วยกระตุ้นกระบวนการผลิตคอลลาเจน ( Collagen ) และอีลาสติน ( Elastin ) ที่อยู่ใต้ผิว ส่งผลให้กล้ามเนื้อที่บริเวณใต้ตามีความแข็งแรง และยังช่วยกระตุ้นกระบวนการละลายของไขมันป้องกันการกระจายตัวเข้าสู่หลอดน้ำเหลืองที่บริเวณถุงไขมัน ทำให้ปริมาณไขมันในถุงใต้ตามีปริมาณลดลง แต่ไม่สามารถทำให้ปัญหาถุงใต้ตาที่เป็นอยู่หายขาดได้ เพราะวิธีนี้เป็นเพียงการช่วยยกกระชับผิวใต้ตาทำให้ถุงใต้ตาดูเล็กลงเท่านั้น


5.การใช้เลเซอร์ ( Laser Eye Bag Removal )

สามารถช่วยลดขนาดของถุงใต้ตาได้ ด้วยเนื่องจากเลเซอร์จะเข้าไปทำการสลายและดูดไขมันส่วนเกินบางส่วนออกมาจากถุงใต้ตา ทำให้ถุงใต้ตามีขนาดที่เล็กลงอย่างเห็นได้ชัด วิธีการนี้จะเสียเลือดและมีอาการบวมซ้ำน้อยกว่าการผ่าตัดถุงใต้ตาจากภายนอก สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติในวันถัดไป ซึ่งการรักษาถุงใต้ตาด้วยการฉายเลเซอร์เป็นการรักษาชนิดที่ไม่ถาวร ถุงใต้ตามีโอกาสที่จะกลับมามีขนาดที่ใหญ่ขึ้นอีกได้ แต่ก็สามารถทำการฉายเลเซอร์เพื่อลดขนาดของถุงใต้ตาได้ตลอด



ในปัจจุบันการรักษาปัญหาถุงใต้ตานั้นมีหลากหลายทางเลือกที่แตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะด้วยจากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน หรือแม้การรักษาทางด้านเทคโนโลยีผสมผสานกับความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ซึ่งสามารถเข้ารับปรึกษาได้ที่คลินิกเสริมความงาม

53 views0 comments