7 วิธีบอกลาปัญหาผม "ร่วง" "ล้าน" "บาง" เพื่อผมสวยสุขภาพดี


ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ก็สามารถพบเจอกับปัญหาศีรษะล้าน เถิกกันได้ทุกคน เนื่องจากปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่ถ่ายทอดมาจากพันธุกรรม และฮอร์โมนเพศชายที่มีในผู้ชายทุกคน และมีในผู้หญิงบางคนฮอร์โมนนั้นมีชื่อว่า Testosterone (เทสโทสเตอโรน) ฮอร์โมนนี้จะถูกเปลี่ยนไปเป็น Dihydrotestosterone (DHT) โดยเอนไซม์ 5-Alpha reductase ซึ่งตัว DHT นี้เป็นตัวการที่ไปทำให้เส้นผมของเราหลุดร่วงได้ไวกว่ากำหนด และยังยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นผมที่เกิดใหม่อีกด้วย จึงส่งผลให้ผมบาง เถิก และล้านได้ในที่สุด

ถ้าเราปล่อยปัญหาศีรษะล้าน เถิกไว้เนินนาน ถึงแม้ว่าเราจะมีน่าตาที่ดีเป็นทุนเดิมแต่ปัญหาเหล่านี้จะส่งผลต่อบุคคลิกภาพ ส่งผลต่อจิตใจ หรืออาจจะส่งผลต่อหน้าที่การงานก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาศีรษะล้านเถิกอยู่ ไม่ต้องกังวลใจหรือท้อแท้จนหมดกำลังใจ เพราะปัจจุบันมีทางเลือกอยู่หลายวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปได้ ดังนี้



ป้องกันและลดการหลุดร่วงของเส้นผม

1. ไม่ควรสระผมบ่อยเกินไป หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนหรือน้ำอุ่นสระผม

2. หลีกเลี่ยงการใช้ลมร้อนจากไดร์เป่าผมโดยตรงที่หนังศีรษะ

3. การใช้ยารักษาผมร่วง

ไมน็อกซิดิล(Minoxidil)

เป็นยาลดความดัน ออกฤทธิ์โดยการ ขยายหลอดเลือดทำให้มีเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงเส้นผม

ฟิเนสเตอร์ไรด์(Finasterid)

เป็นยารักษาต่อมลูกหมาก จะไปยับยั้งฮอร์โมนเพศชาย DHT คือตัวการทำร้ายที่ทำให้เซลล์เส้นผมมีขนาดเล็กบางลงและหลุดร่วง

ถึงแม้ว่ายาสองตัวนี้จะช่วยลดอาการผมร่วงได้ แต่ถ้าหากหยุดใช้แล้วผมก็สามารถกลับมาร่วงเหมือนเดิมและยังส่งผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ตามมาอีกด้วยอาทิเช่น อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อาการซึม ยาทั้ง2ตัว และแม้เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายแต่ก็ยังไม่ใช่ทางแก้ที่ยั่งยืนและปลอดภัยต่อผู้ใช้ที่สุดอยู่ดี ทางที่ดีควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาปัญหาผมร่วงให้แน่ชัดก่อนว่ามีสาเหตุเกิดมาจากอะไรเพื่อที่จะได้แก้ไข้ให้ถูกวิธี



นวัตกรรมการสร้างใหม่

4. PRP (Platelet-rich Plasma)

การนำเลือดตัวเอง มาผ่านกระบวนการทาง Bio-Technology เพื่อกระตุ้นให้เกิด Growth Factor แล้วจึงนำมาฉีดกลับเข้าไปในบริเวณรากผมโดยตรง กระบวนการทางร่างกายก็จะเกิดการซ่อมแซ่มสร้างเซลล์รากผม กระตุ้นให้เซลล์เกิดการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและสร้างเส้นผมขึ้นมาใหม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลว่าเส้นผมจะขึ้นเร็วหรือช้า


5. ฉายแสงเลเซอร์กระตุ้นรากผม Laser Hair Regrowth (RED) laser

ใช้แสงเลเซอร์สีแดงกระตุ้นให้หนังศีรษะ เร่งการไหลเวียนของเลือดให้ทำงานได้ดีขึ้น กระตุ้นการทำงานของสเตมเซลล์รากผมเพื่อให้เกิดการสร้างผมใหม่ ลดปัญหา หนังศีรษะมัน แห้ง รังแค มักทำร่วมกับวิธีอื่นเพื่อช่วยเสริมการรักษา


6. การปลูกผม

- การย้ายรากผม FUE (Follicular Unit Extraction)

นำรากผมไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ วิธีนี้เป็นการนำรากผมทั้งกอ (1 กอประกอบไปด้วยเส้นผม 1-4 เส้น)จากบริเวณด้านหลังศีรษะ ซึ่งเป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลของฮอร์โมน DHT น้อยกว่าบริเวณอื่น (DHT คือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน) มาปลูกใหม่ยังบริเวณที่ต้องการ ซึ่งวิธีการปลูกผมแบบนี้ สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย

- การปลูกผมถาวรแบบย้ายราก ด้วยเทคนิค DHI (Direct Hair Implantation)

เป็นการปลูกผมถาวรด้วยเทคนิค FUE ประเภทหนึ่ง ซึ่งก็คือ มีขั้นตอนการเจาะนำกราฟต์ที่บริเวณท้ายทอย (Donor Area) ออกมาเช่นเดียวกัน แต่ในขั้นตอนการปลูก หากเป็นเทคนิค FUE แบบดั้งเดิมนั้น แพทย์จะต้องใช้เข็มเจาะลงไปบนหนังศีรษะก่อนเพื่อให้เกิดรู แล้วจึงใช้ forceps คีบกราฟต์ผมมาปักลงไปในรอยเจาะนั้น แต่หากเป็นเทคนิค DHI สามารถปัก และปลูกผมได้ภายในครั้งเดียว ด้วยเครื่องมือเฉพาะที่ชื่อว่า DHI Implanter


- การปลูกผมเทคนิค Long Hair DHI Transplant

คือการย้ายเซลล์รากผมไปปลูกยังบริเวณที่ต้องการ แต่โดยที่ไม่ต้องโกนผมสั้นบริเวณศีรษะด้านหลัง (Donor Area) แต่สามารถนำผมที่ยาวของเราบริเวณด้านหลังไปปักบริเวณที่ต้องการปลูกได้เลย ทำให้ผมที่ปลูกใหม่จะมีลักษณะยาวเท่ากับผมปัจจุบันที่มีบนศีรษะ สามารถเห็นแนวผมที่ปลูกได้ทันทีหลังทำเสร็จไม่ต้องรอให้ผมยาว สำหรับวิธีนี้ตอบโจทย์ผู้ที่ปัญหาศีรษะล้านเถิก แต่ไม่ต้องการโกนผมให้สั้น



7. InnoCella ผลิตภัณฑ์ Multi Growth Factor ที่อุดมไปด้วย Growth Factor หลากหลายชนิดที่แก้ปัญหาผมบางและผมขาดหลุดล่วงได้ เช่น

fibroblast growth factor (bFGF) ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดที่หนังศีรษะ

Insulin-like growth factor-l (IGF-1) เพิ่มความแข็งแรงให้เส้นผม

Vascular endothelial growth factor (vFGF) กระตุ้นรากผมให้มีการงอกใหม่และผมดกหนาขึ้น


3 views0 comments