google-site-verification=9VOZgimJANsgs_Dq-9l_ihQZYb13BCS2pPhLfPJhbIU
top of page
เมโสแฟตคืออะไร

เมโสแฟต ( Meso Fat ) คืออะไร ?

เมโสแฟตคืออะไร

               เมโสแฟต ( Meso Fat ) คือ วิธีการกำจัดไขมันส่วนเกินวิธีหนึ่งโดยแพทย์จะใช้เข็มฉีดยา ฉีดส่งยา ซึ่งมีสรรพคุณสลายไขมันลงสู่ชั้นไขมันหรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่า “การฉีดเมโสแฟต” โดยการฉีดเมโสแฟตจะใช้กลุ่มยาหลาย ๆ ตัว เช่น Phosphatidylcholine, Deoxycholate, L-carnitine, Vitamin B complex, Amino acids, Minerals ฯลฯ
               ซึ่งเทคนิคการฉีดเมโสแฟต (Mesofat) มาจากการรักษาด้วยวิธีการทำเมโสเธอราพี (Mesotherapy) นั่นเอง

ฉีดเมโสแฟต

เมโสแฟต ( Meso Fat ) อันตรายไหม ?

เมโสแฟตอันตรายไหม

              เมโสแฟต จะอันตรายหรือไม่อันตรายนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น ความสะอาดของเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในการทำหัตถการ ต้องมีการสเตอไรด์เพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนทุกครั้งที่ใช้งาน เทคนิคความชำนาญของหมอผู้ให้หัตการ เช่น การปล่อยยาเมโสแฟตให้ถูกชั้นที่มีไขมันสะสมอยู่ กลุ่มสารประกอบของเมโสแฟตที่ใช้ในการรักษาเช่นกัน ต้องมีมาตรฐานและไม่เป็นสารประกอบที่องค์การอาหารและยาเตือนว่าไม่ควรใช้ เช่น สารสเตียรอยด์

ยาเมโสแฟต แบ่งออกได้กี่ประเภท ?

ประเภท

               กลุ่มที่ใช้สารอันตราย คือ กลุ่มที่เมโสแฟตที่มีสารประกอบบางอย่างเป็นสารอันตรายต่อร่างกาย เช่น สารสเตียรอยด์ หรือ ยาสลายฟิลเลอร์ เมื่อใช้เมโสแฟตที่มีสารประกอบเหล่านี้ไปแล้ว อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการใช้เมโสแฟตตัวนั้น ๆ ได้ 
 
แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1.  เมโสแฟตกลุ่มที่ใช้สารอันตราย
2.  เมโสแฟตกลุ่มที่ไม่ใช้สารอันตราย

เมโสแฟต กลุ่มที่ใช้สารอันตราย คืออะไร ?

       เมโสแฟต กลุ่มที่ใช้สารอันตราย คือ กลุ่มเมโสแฟตที่มีสารประกอบบางอย่างเป็นสารอันตรายต่อร่างกาย เช่น สารสเตียรอยด์  หรือ ยาสลายฟิลเลอร์ เมื่อใช้เมโสแฟตที่มีสารประกอบเหล่านี้ไปแล้ว อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการใช้เมโสแฟตตัวนั้น ๆ ได้ ประกอบไปด้วย

กลุมทีใช้สารอันตาย

     ซึ่งเป็นยาที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ใช้สำหรับรักษาโรคที่มีการอักเสบภายในร่างกาย แต่ยาชนิดนี้จะมีฤทธิ์ข้างเคียงทำให้ไขมันฝ่อและสลายตัวไปได้ จึงมีการนำสารสเตียรอยด์นี้มาฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อสลายไขมันเฉพาะส่วน แบบเดียวกับเมโสแฟต ซึ่งถือว่าเป็น การใช้ยาที่ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องจากการฉีดสารสเตียรอยด์เพื่อสลายไขมัน ต้องฉีดยาเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากทำให้คนไข้อาจเกิดผลข้างเคียงจากการฉีดได้ เช่น เกิดผิวหนังบุ๋ม เกิดการติดเชื้อ หรือมีการบวมน้ำตามร่างกายได้

Steroid

ยาสลายฟิลเลอร์ ( Hyaluronidase )

     ซึ่งนำมาใช้ผิดวิธี โดยการฉีดในปริมาณมาก เข้าไปในผิวตัวยานี้จะสลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิวออกไปด้วยส่งผลทำให้เนื้อยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว แก้มหาย หน้าดูเล็กลงดังนั้นหลายเคสที่เคยฉีดจึงคิดว่าได้ผลและราคาถูกกว่าเมโสแฟต แต่ในระยะยาวจะทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยผิวหย่อนคล้อยเนื่องจากคอลลาเจนเสื่อมลง

Hyaluronidase

เมโสแฟต กลุ่มที่ไม่ใช้สารอันตราย คืออะไร ?

       เมโสแฟต กลุ่มที่ไม่ใช้สารอันตราย คือ เมโสแฟตกลุ่มที่ไม่ได้ใช้สารที่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงไม่ดีต่อร่างกาย ดังเช่น สารสเตียรอยด์ หรือ ยาสลายฟิลเลอร์ เมโสแฟตกลุ่มเหล่านี้จะถูกเรียกอีกอย่างว่า ยาแท้ หรือของแท้ ซึ่งจะมีการรับรองจาก อย. ในเรื่องความปลอดภัยของสารสกัดที่ถูกนำมาใช้ ประกอบไปด้วย

กลุ่มทีไม่ใช้สารอันตราย
how to reduce fat

เมโสแฟตกลุ่มที่ทำลายเซลล์ไขมันแบบรุนแรง ( Necrosis ) 


               เมโสแฟตกลุ่มที่ทำลายเซลล์ไขมันแบบรุนแรง ( Necrosis ) สาร Deoxycholate จะเข้าไปทำลายผนังเซลล์ของเซลล์ไขมัน ทำให้ไขมันถูกทำลายและขับออกทาง ปัสสาวะ อุจจาระ และเหงื่อ ซึ่งเมโสแฟตในกลุ่มนี้สำหรับบางคนหลังฉีดอาจจะเกิดอาการปวด บวม แดงได้

Neceosis

เมโสแฟตกลุ่มที่ทำลายเซลล์ไขมันแบบนุ่มนวล ( Apoptosis ) 

          เมโสแฟตกลุ่มที่ทำลายเซลล์ไขมันแบบนุ่มนวล จากสารเช่น Stem Bromelain , Quercetin, resveratrol โดยเมโสแฟตจะเข้าไปทำให้เกิดการตายของเซลล์ไขมัน เป็นการตายที่เซลล์ไขมันเป็นผู้กำหนดเอง ยาจะสั่งการกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไขมันทำให้เซลล์แตกย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ เมโสแฟตกลุ่มนี้ ไม่ทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง

apoptosis

เมโสแฟตกลุ่มที่เร่งการเผาผลาญไขมัน

                      เมโสแฟตกลุ่มที่เร่งการเผาผลาญไขมัน ทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญนำพลังงานออกมาใช้มากขึ้นสารหลัก ๆ ในเมโสแฟต กลุ่มนี้ได้แก่ สารคาเฟอีน ซึ่งมีผลข้างเคียงคือมีอาการใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็วเมโสแฟต อีกหนึ่งกลุ่ม เมโสแฟตที่ไม่ใช้สารคาเฟอีน จะใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ที่ไม่มีส่วนผสมของ Deoxycholate และในบางตัวมีสารสกัดที่เป็นชนิดเดียวกันกับร่างกาย ข้อดีคือไปช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันของร่างกาย จึงทำให้ในระยะยาวไม่เกิดภาวะการดื้อยา ผิวหนังไม่ย้วย ไม่เป็นคลื่น และเมโสแฟตบางชนิดยังมีตัวช่วยให้ผิวกระชับ ช่วยยับยั้งการกลับมาของไขมันที่มาสะสมทำให้ไขมันกลับมาได้ช้าลงได้

เผาผลาญไขมัน

เมโสแฟตกี่วันเห็นผล ?

กี่วันเห็นผล

              หลังจากฉีดเมโสแฟตสลายไขมันไปแล้ว ครั้งแรกไขมันจะเริ่มสลายตัวประมาณ 10-15% และเริ่มเห็นผลว่ายุบลงใน 3-5 วัน เห็นผลเต็มที่ 1-2 สัปดาห์ แต่หลังฉีดเมโสแฟตกี่วันเห็นผลนั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันของแต่ละบุลคล และปริมาณยาเมโสแฟตที่ทำการฉีดร่วมกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน หากฉีดเมโสแฟตแล้วยังไม่ควบคุมพฤติกรรมการทานอาหาร การฉีดเมโสแฟตก็อาจไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเท่าที่ควร

review meso fat

ข้อควรปฏิบัติ ก่อนการรักษาด้วยเมโสแฟต

ข้อควร
  • ควรหยุดการใช้ยาแก้ปวด กลุ่ม NSAIDS ได้แก่ ibuprofen naproxen 1 สัปดาห์ก่อนการรักษาด้วยเมโสแฟต เพื่อลดการเกิดรอยฟกช้ำ

  • ควรหยุดการใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Vitamin C Vitamin E น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย 1 สัปดาห์ก่อนการรักษาด้วยเมโสแฟต

  • ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการรักษาด้วยเมโสแฟต

บริเวณที่รักษาด้วยเมโสแฟต ในร่างกาย

บริเวณ
  • เมโสแฟตแก้มห้อย หรือการฉีดเมโสแฟตลดแก้ม เป็นจุดที่ได้รับความนิยมที่สุดสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย

  • เมโสแฟตเหนียง ฉีดลดไขมันที่สะสมบริเวณใต้คาง บริเวณคางสองชั้น หากกำจัดไขมันบริเวณนี้ได้ ทำให้ใบหน้าของเราเรียวสวย แม้กระทั้งมุมก้ม

  • เมโสแฟตโหนกแก้ม สามารถฉีดบริเวณโหนกแก้มได้ ถ้าคนนั้นๆมีใบหน้าที่ใหญ่และมีแฟตบริเวณแก้มด้านบน

  • เมโสแฟตหน้าท้อง ช่วยลดไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง

  • เมโสแฟตต้นแขน ลดไขมันสะสมบริเวณแขน แก้ปัญหาแขนใหญ่

  • เมโสแฟตต้นขา สลายไขมันสะสมบริเวณต้นขา แก้ปัญหาขาใหญ่

  • เมโสแฟตน่อง ช่วยให้ขาเรียวสวย

ฉีดเมโสแฟตอย่างไร

วิธีดูแลตัวเองหลังการรักษาด้วยเมโสแฟต

  • หลังการรักษาด้วยเมโสแฟตห้ามขัดหน้ารุนแรงหรือทำทรีทเม้นต์ ภายใน 4 ชม.

  • ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 3 วัน หลังจากรักษาด้วยเมโสแฟต

  • ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนทุกชนิด เช่น การเลเซอร์ ซาวน่า อย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังจากรักษาด้วยเมโสแฟต

  • ควรดื่มน้ำต่อวันอย่างน้อย 2 ลิตร หรือ 8-10 แก้วหลังจากรักษาด้วยเมโสแฟต

  • หลังการรักษาด้วยเมโสแฟตควรออกกำลังกายเบาๆควบคู่เพื่อผลที่ชัดเจน

  • ควรควบคุมอาหาร และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารเพื่อประสิทธิภาพการรักษาที่ดีขึ้น

  • หลังการรักษาด้วยเมโสแฟตไม่ควรทานอาหารหมักดอง เนื่องจากในอาหารหมักดอง อาจมีสารที่กระตุ้นกระบวนการอักเสบผสมอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวการของอาการบวม

วิธีดูแล

ข้อควรระวังของการฉีดเมโสแฟต

  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องให้อินซูลินอยู่เป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดเมโสแฟต

  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหรือระบบไหลเวียนของโลหิต เช่น เส้นเลือดในสมองตีบ เส้นเลือดในสมองอุดตัน มีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดเมโสแฟต

  • ผู้ป่วยโรคมะเร็งหรือโรคที่จำเป็นต้องใช้ยารักษาจำนวนมาก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดเมโสแฟต

  • สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร ไม่ควรฉีดเมโสแฟต

  • ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ไม่ควรฉีดเมโสแฟต


          *เพื่อความปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์และเปิดเผยข้อมูลสุขภาพให้แพทย์ได้ทราบก่อนฉีดเมโสแฟต

ระวัง

ทำไมฉีดเมโสแฟตแล้วไม่เห็นผล ?

1. ปริมาณยาที่ใช้ในการฉีดเมโสแฟตที่ไม่เหมาะสม  เช่น แก้มเยอะมาก ฉีดเมโสแฟตปริมาณยา 1 ซีซี ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ไม่ชัด
2. เมโสแฟตที่ใช้ฉีดไม่มีคุณภาพ ปัจจุบันมีเมโสแฟตหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีส่วนประกอบต่างกันออกไปทำให้เห็นผลต่างกันได้แม้ฉีดเมโสแฟตในปริมาณเท่ากัน
3. ความต่อเนื่องในการฉีดเมโสแฟต โดยปกติเมโสแฟตควรฉีดทุก 1-2 สัปดาห์ในช่วงแรก หลังจากหน้าเรียวแล้วจึงคงสภาพการรักษาต่อเดือนละ 1 ครั้ง หากฉีดเมโสแฟตไม่ต่อเนื่องอาจเห็นผลลัพธ์ได้ไม่ชัดเจน
4. ไม่ดูแลตัวเองหลังฉีด กินเยอะ ไม่คุมอาหาร ไม่ออกกำลังกาย ทำให้ไขมันใหม่ถูกสร้างขึ้นมาหน้าจึงอ้วนเหมือนเดิม
5. โครงหน้าใหญ่จากกล้ามเนื้อหรือกระดูก เมโสแฟตจึงไม่ตอบโจทย์เพราะหลังสลายไขมันไปแล้วใบหน้าก็ยังไม่เรียวอยู่ดี แนะนำให้ฉีดโบท็อกในกรณีที่ใบหน้าใหญ่จากกล้ามเนื้อ หรือศัลยกรรมสำหรับคนที่โครงกระดูกใหญ่

ทำไมไม่เห็นผล
  • เหมาะกับคนที่มีไขมันส่วนเกินเยอะ ทำให้ดูอ้วน หน้าดูกลมใหญ่

  • เหมาะกับคนที่ต้องการให้หน้าเรียวขึ้น กรอบหน้าชัดเจนขึ้น

  • คนที่อยากลดไขมันเฉพาะจุด เช่น ลดแก้ม เหนียง ต้นแขน ต้นขา น่อง สะโพก

  • เหมาะกับคนที่กลัวการผ่าตัด ไม่อยากเสียเวลาพักฟื้น หลังฉีดเมโสแฟตสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

  • มีงบประมาณไม่เยอะมาก เพราะเมโสแฟตราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับการลดไขมันด้วยวิธีอื่น

เหมาะกับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเมโสแฟต

  • เมโสแฟต กับ โบท็อกซ์ เลือกฉีดอะไรดี ฉีดพร้อมกันได้ไหม ?

ขึ้นอยู่กับว่าบริเวณที่ต้องการลดสัดส่วนนั้นเป็นไขมันหรือกล้ามเนื้อ ซึ่งสามารถฉีดพร้อมกันได้เพราะฉีดเข้าไปคนละชั้นผิว โดยเมโสแฟตจะฉีดเข้าไปยังชั้นไขมัน ส่วนโบท็อกลดกรามจะฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

  • เมโสแฟต กับ เมโสหน้าใส ฉีดพร้อมกันได้ไหม ?

สามารถฉีดพร้อมกันได้เพราะฉีดเข้าไปคนละชั้นผิว

  • เมโสแฟต ราคาสูงไหม ?

สำหรับราคาการฉีดเมโสแฟตนั้นถือว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับการทำหัตถการอื่นๆ โดยราคาจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละแบรนด์

  • ฉีดเมโสแฟต เจ็บไหม ?

อาจรู้สึกหน่วงจากการเดินยาได้เล็กน้อย สามารถใช้การประคบเย็นช่วยลดอาการได้

  • ฉีดเมโสแฟต แล้วออกกำลังกายได้ไหม ?

ได้ การออกกำลังกายจะยิ่งช่วยเร่งการสลายไขมัน ทำให้ไขมันลดลงเร็วขึ้นผลลัพธ์จากเมโสแฟตจึงชัดเจนขึ้น

  • หลังฉีดเมโสแฟต หน้าจะบวมช้ำไหม ?

เกิดอาการบวมช้ำได้น้อยมาก อาจมีอาการบวมจากปริมาณยาได้แต่จะยุบไปเองใน 3 - 4 ชั่วโมงหลังฉีดเมโสแฟต

  • ฉีดเมโสแฟต แล้วหน้าหย่อนคล้อยจริงหรือไม่ ?

เมโสแฟตที่ใช้สารสเตียรอยด์หรือยาสลายฟิลเลอร์อาจทำให้หน้าห้อยได้ แต่เมโสแฟตโดยทั่วไปไม่ได้ทำให้หน้าหย่อนคล้อย เพราะผิวสามารถสร้างคอลลาเจนเข้ามาทดแทนได้ นอกจากนี้ยังมีเมโสแฟตบางตัวที่มีสารช่วยยกกระชับผิวหรือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอีกด้วย

  • ไขมันส่วนเกินที่ถูกสลายจากการ ฉีดเมโสแฟต จะถูกกำจัดออกจากร่างกายได้อย่างไร ?

ไขมันจะถูกขับออกทางปัสสาวะและเหงื่อ ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำเยอะๆ หลังฉีดเมโสแฟต

  • ถ้าเพิ่งทำจมูกมา จะฉีดเมโสแฟต บริเวณแก้มได้ไหม ?

ควรรอให้จมูกหายบวมก่อนค่อยฉีดเมโสแฟต

  • ฉีดเมโสแฟต กี่ cc ถึงจะเห็นผล ?

ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน โดยทั่วไปจะฉีดครั้งละ 10cc

  • ฉีดเมโสแฟต แล้วเป็นก้อน ?

ตัวยาเมโสแฟตถูกดูดซึมได้เองถ้าใช้เมโสแฟตที่มีคุณภาพ ใช้เทคนิคกระจายตัวยาที่ถูกต้อง จะไม่เป็นก้อนหลังฉีด 

คำถามพบบ่อย
bottom of page