Complication รวมอาการข้างเคียง ที่ต้องรีบกลับมาพบแพทย์

หลังทำหัตถการความงาม

โบท็อกซ์ : ฟิลเลอร์ : ร้อยไหม

อาการแบบไหน ที่ต้องรีบรู้ไว้ ก่อนจะสายเกินแก้ วันนี้ อินโนเวชั่น บิวตี้ พามาหาตอบคำ


ก่อนจะตัดสินใจทำหัตถการบนใบหน้าไม่ว่าจะเป็น การร้อยไหม ฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ลองมาดูความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังทำหัตถการก่อนดีกว่าเพื่อเราจะได้รู้ทันและสามารถสวยได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยอย่างแน่นอน



ผลข้างเคียง จากการร้อยไหม (Thread lift)

หลังร้อยไหมโดยปกติไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถทำงานหรือกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ และยังเห็นความเปลี่ยนแปลงทันที ผลข้างเคียงที่สามารถเกิดขึ้นได้ถือเป็น

ส่วนน้อย แค่ประมาณ 15-20 % ส่วนมากขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวก่อนทำหัตถการและเทคนิคการร้อยไหมของคุณหมอแต่ละท่าน ซึ่งอาจมีอาการดังนี้

- เป็นลักษณะคลื่น ๆ (มักจะพบในคนผิวค่อนข้างบาง) visible sutures (especially in people with thin skin)


- มีอาการปวด (pain) บวมเกิน 1 สัปดาห์ - อาจเกิดการติดเชื้อ (infection)


- เกิดการหักของเส้นไหมในใบหน้า (snapping of threads) ทำให้คลำพบตุ่มไหม ไหมโผล่


- รอยบุ๋ม (เนื้อผิวคล้ายเปลือกส้ม) dimpling (orange peel-like skin texture)


- เกิดการอับเสบ (inflammation)บวมแดงมีหนองไหล หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบกลับเข้ามาพบแพทย์เพื่อมาปรึกษาและทำการแก้ไข



ผลข้างเคียง จากโบท็อกซ์ (Botox)

การใช้โบทูลินั่มท็อกซินติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้ร่างกายเกิดการสร้างภูมิต้านทานต่อโบทูลินั่มท็อกซินได้ จากสถิติของสหรัฐอเมริกาที่รวบรวมผู้ป่วยที่ได้รับการฉีด โบทูลินั่มท็อกซินจำนวนมาก พบว่าไม่มีอันตรายถึงชีวิตเมื่อใช้โดยผู้เชี่ยวชาญและใช้ฉีดเพื่อเสริมความงาม ผลข้างเคียงจากการฉีดที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

- อาการคิ้วหรือหนังตาตก (มีโอกาสเกิด 1-3%)

- อาการปวดบวม บริเวณที่ฉีด (2.5%)

- หน้าแข็งตึง ขยับใบหน้าหรือแสดงอารมณ์บนใบหน้าไม่ได้ เกิดจากการฉีดในปริมาณที่ไม่เหมาะสมจำนวนยูนิตเยอะ หรือคุณหมอไม่เชี่ยวชาญ ทำให้เกิดปัญหาใบหน้าตึง แข็ง บังคับกล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่ได้ แสดงอารมณ์ หัวเราะไม่ได้ ยิ้มไม่ได้ ทำให้หน้าตาคุณดูทื่อ ผิดธรรมชาติ

- หางคิ้วกระดก เทคนิคการฉีดที่ไม่เหมาะสม หรือไม่ถูกต้อง อาจทำให้คิ้วเลิกสูงขึ้น รวมทั้งยังอาจทำให้เกิดรอยย่นขึ้นที่ด้านข้างของคิ้วเพิ่มขึ้นได้ด้วย

- กล้ามเนื้ออ่อนแรง เฉพาะที่ (1.7%)

- หนังตาตก อาจทำให้หนังตาของคุณตกลง อ่อนแรง ร้ายแรงถึงขั้นลืมตาได้ไม่เท่ากัน สายตาพร่ามัว แม้จะเป็นผลข้างเคียงเพียงชั่วคราวและสามารถแก้ไขได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

- ใบหน้าบางส่วนเป็นอัมพาต กลไกการทำงานของ โบท็อกซ์เข้าไปอาจกระจายออกไปกว้างกว่าที่ต้องการ

- ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด

- เกิดการติดเชื้อหลังฉีด กรณีนี้มักเกิดจากคนไข้เลือกฉีดโบท็อกริ้วรอยกับคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานครับ หรือหมอกระเป๋า ที่ใช้อุปกรณ์ที่ ไม่สะอาดมากพอ ไม่มีระบบการดูแลความสะอาดปลอดเชื้อ



ผลข้างเคียง จากฟิลเลอร์ (Botox)

โดยส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่จะมีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ดังนี้ ผลข้างเคียงในระหว่างการฉีด

เส้นเลือดอุดตัน ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะเนื้อตาย (necrosis) บริเวณที่เส้นเลือดนั้นมาเลี้ยง

- ตามัว ตาบอด ภายหลังการฉีดฟิลเลอร์เนื่องมาจาก ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปอุดตัน บีบ หรือกดหลอดเลือดแดง (supratrochlear and supraorbital artery) ซึ่งมีแขนงต่อไปที่หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา (ophthalmic artery) มีผลทำให้สูญเสียการมองเห็นได้


ผลข้างเคียงหลังการฉีด

- มีลักษณะบวม นูน เป็นก้อน และขรุขระ เนื่องจากใช้เทคนิคการฉีดที่ตื้นเกินไป เช่น การฉีดในบริเวณที่ชั้นผิวมีความบาง การฉีดฟิลเลอร์ปริมาณมากเกินไป หรือเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีขนาดโมเลกุลไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้เห็นฟิลเลอร์เป็นก้อน หรือเป็นรอยนูนได้


- เกิดการติดเชื้อภายหลังการฉีดฟิลเลอร์ ก่อให้เกิดการอักเสบ เป็นก้อน นูน แดง ปวด บวม ร้อน มีตุ่ม หรือมีก้อนหนองตรงบริเวณที่ฉีดได้ ถ้าหากมีอาการที่กล่าวมานี้ ต้องรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษา รับยาแก้ปวดไปรับประทานเพิ่ม หรือถ้าฟิลเลอร์อักเสบรุนแรง ต้องทำการฉีดสลายฟิลเลอร์ สลายได้เฉพาะฟิลเลอร์แท้เท่านั้น


- เกิดปัญหาการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์ การเลือกฟิลเลอร์ที่มีขนาดโมเลกุลเหมาะสมและเทคนิคการฉีดที่ดีจะช่วยลดปัญหาฟิลเลอร์เคลื่อนที่จากบริเวณที่ฉีดและสามารถรักษาผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ได้นานขึ้น


ดังนั้น ใครที่ยังรู้สึกว่าการฉีดฟิลเลอร์อันตรายล่ะก็ ไม่ต้องกลัวกันแล้ว แค่เพียงเราเลือกสถานที่ฉีด และแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ การเสริมความงามด้วยวิธีนี้ก็จะปลอดภัยอย่างแน่นอน

7 views0 comments