google-site-verification=9VOZgimJANsgs_Dq-9l_ihQZYb13BCS2pPhLfPJhbIU
top of page

อย่า! ให้ริ้วรอย บอกอายุเผยเคล็ดลับ!วิธีการดูแลรักษาผิว ให้อ่อนกว่าวัย

Updated: Sep 22, 2023



สารบัญ


 

โครงสร้างผิว แบ่งออกเป็น 3 ชั้นย่อย

  • หนังกำพร้า (Epidermis)

เป็นชั้นที่อยู่นอกสุดทำหน้าที่ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ สิ่งแปลกปลอมและแบคทีเรีย ช่วยควบคุมอุณภูมิร่างกาย ปรับสมดุล pH และยังช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำจากผิวอีกด้วย

  • หนังแท้ (Dermis)

  • ชั้นหนังแท้เป็นชั้นที่บ่งบอกถึงสุภาพผิว องค์ประกอบหลักได้แก่คอลลาเจนและอิลาสติน ทำหน้าที่ช่วยให้ผิวมีความแข็งแรงและความยืดหยุ่น และยังมีไฮยาลูรอนทำหน้าที่กักเก็บน้ำให้ผิวและเชื่อมคอลลาเจนกับอิลาสตินไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ชั้นหนังแท้ยังเป็นที่อยู่ของต่อมน้ำเหลือง เส้นประสาท เซลล์รากผมอีกด้วย

  • ชั้นใต้ผิวหนังหรือชั้นไขมัน (Subcutaneous) ประกอบด้วยเซลล์ไขมัน (adipocyte) จำนวนมาก ทำหน้าที่กักเก็บพลังงาน ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และเป็นเหมือนเบาะกันกระแทกให้กับอวัยวะภายใน



 

ริ้วรอยเกิดจากอะไร

ปัญหาผิวที่ต้องเจอกันแทบทุกคนเมื่ออายุมากขึ้น โดยสัญญาณปัญหาผิวแรกๆ ที่จะเริ่มเกิดขึ้นบนใบหน้าก็คือริ้วรอยตื้นๆ และพัฒนาเป็นริ้วรอยที่มีขนาดใหญ่และลึกขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ปัจจัยที่ทำให้เกิดริ้วรอยแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยหลักๆ คือ


ปัจจัยภายใน เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งก็คืออายุที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง เพราะเมื่ออายุมากขึ้นผิวหนังจะบางลง ประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจนลดลงแต่อัตราการสลายคอลลาเจนยังคงเหมือนเดิม ทำให้โดยรวมปริมาณคอลลาเจนในผิวลดลง ผิวจึงขาดความแข็งแรงและความยืดหยุ่น ผิวดูไม่เต่งตึงเปล่งปลั่งเหมือนตอนเด็กๆ นอกจากนี้ไฮยาลูรอนในผิวก็ลดลงเช่นกันทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น เกิดเป็นรอยเหี่ยวย่นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะริ้วรอยตีนกาบนใบหน้า

  • การเสื่อมของเซลล์

เมื่อเซลล์เสื่อมสภาพเซลล์จะมีปริมาณเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยคอลลาเจน (Metalloproteinase; MMP) ค่อนข้างสูงและมี TIMPs (Tissue inhibitors of metalloproteinases) ซึ่งเป็นตัวยับยั้งเอนไซม์ MMP ค่อนข้างต่ำ ทำให้การสร้างคอลลาเจนลดลง และอาจทำให้เกิดการฝ่อของผิวหนังชั้นหนังแท้ได้

  • การออกซิเดชั่น

การออกซิเดชั่นทำให้เกิดอนุมูลอิสระซึ่งจะเข้าไปทำลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ซึ่งเกิดจากการสันดาปพลังงานในร่างกาย

โดยปกติฮอร์โมนเอสโตรเจนสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และเพิ่มปริมาณคอลลาเจนในผิวหนังได้ เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงจึงทำให้ผิวขาดความแข็งแรง ความชุ่มชื้น

  • การเกิด AGEs สูงกว่าปกติ

ทำให้เซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกายรวมไปถึงคอลลาเจนเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่มีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ


ปัจจัยภายนอก ส่วนใหญ่เกิดจากแสงแดด (Photoaging) ซึ่งทำให้เกิดอนุมูลอิสระในผิวหนังมากขึ้น อนุมูลอิสระจะเข้าไปทำลายคอลลาเจนภายใต้ผิว ทำให้ผิวหยาบแห้ง ขาดความยืดหยุ่น เกิดเป็นริ้วรอยในที่สุด นอกจากแสงแดดแล้วก็ยังเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ การกินของหวานของทอด เป็นต้น

  • แสงแดด และ มลพิษทางอากาศ

ในแสงแดดจะมีรังสี UVA และ UVB ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างอนุมูลอิสระที่จะเข้าไปทำลายคอลลาเจนภายใต้ผิว เช่นเดียวกับฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ ทำให้คนที่ทำงานกลางแจ้งนานๆ จึงมีสภาพผิวที่แห้งเหี่ยว หยาบกร้าน มีริ้วรอย

  • การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์

การสูบบุหรี่จะทำให้ประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือดลดลง เลือดจึงไหลไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ได้ไม่ดี และยังทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนังอีกด้วย ทำให้ผิวขาดความกระชับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น ผิวแห้งกร้าน และยังกระตุ้นการเกิดสารอนุมูลอิสระซึ่งจะเข้าไปทำลายเซลล์ผิวทำให้ผิวเสื่อมสภาพ เร่งให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าเร็วขึ้น

อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอยก็คือการแสดงอารมณ์ทางสีหน้า ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม การหัวเราะ การขมวดคิ้ว ล้วนทำให้ริ้วรอยเกิดได้เร็วขึ้น เพราะการแสดงอารมณ์เป็นการกดที่เนื้อเยื่อบริเวณนั้นๆ เป็นเวลานานจนกระทั่งเนื้อเยื่อถูกทำลายลง ซึ่งโดยปกติร่างกายจะมีการสร้างเนื้อเยื่อเพื่อทดแทนเสมอ แต่เมื่ออายุมากขึ้นการสร้างใหม่จะน้อยลง จึงไม่เพียงพอต่อการทดแทน ทำให้เกิดเป็นร่องลึก

  • พฤติกรรมที่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น

ผิวที่แห้งมักเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าผิวที่ชุ่มชื้น การปล่อยให้ผิวแห้ง เช่น ทำความสะอาดหน้าบ่อย ถูขัดหน้าแรงๆ ไม่ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ ดื่มน้ำน้อย อาจทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้

  • พฤติกรรมการกิน

การรับประทานขนม น้ำหวาน น้ำอัดลม ทำให้ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดมากกว่าปกติ เมื่อร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงร่างกายจะมีการสร้าง AGEs มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการไปเร่งกระบวนการการแก่ของเซลล์ ทำให้เกิดริ้วรอยผิวเหี่ยวย่นได้ นอกจากน้ำตาลแล้วการกินอาหารที่ปรุงด้วยความร้อนสูงเป็นเวลานานเช่น ของทอด อาหารปิ้งย่าง ก็เร่งกระบวนการ AGEs ได้เช่นกัน


 

ริ้วรอยเกิดบริเวณไหนได้บ้าง

  • ริ้วรอยทั่วใบหน้า ริ้วรอยเล็กๆ ปัจจัยหลักเกิดจากการสูญเสียความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิว


  • ริ้วรอยบริเวณหน้าผากและหว่างคิ้ว เห็นชัดขึ้นเมื่อเลิกคิ้วหรือขมวดคิ้ว


  • ริ้วรอยหางตา หรือ ตีนกา มักเป็นริ้วรอยแรกๆ ที่เริ่มสังเกตเห็น เพราะผิวหนังบริเวณรอบดวงตาบอบบางกว่าบริเวณอื่นบนใบหน้าจึงเห็นริ้วรอยได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่ขยี้ตาบ่อย เช็ดตาแรงๆ ยิ้มแบบหยีตา จะเกิดตีนกาเร็ว


  • ริ้วรอยร่องแก้ม ริ้วรอยบริเวณมุมปาก มักจะสัมพันธ์กับการสูญเสียวอลลุ่มใต้ชั้นผิวและผิวที่หย่อนคล้อย และยิ่งเห็นชัดขึ้นเมื่อยิ้มหรือหัวเราะ


  • ริ้วรอยที่คอ เป็นริ้วรอยที่เกิดขึ้นได้บ่อยไม่แพ้ริ้วรอยบนใบหน้า


 

วิธีป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

- ทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ โดยเฉพาะอายครีม เพราะสภาพผิวที่แห้งจะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย

- ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน

- งดการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์

- พักผ่อนให้เพียงพอ ผ่อนคลายความเครียด

- ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร

- เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดของหวาน ของทอด

- ลดการแสดงสีหน้าที่มากเกินจำเป็น


 

วิธีรักษา

ครีมลดริ้วรอย การใช้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายและไม่ต้องเจ็บตัว แต่ต้องอาศัยวินัยในการทาอย่างสม่ำเสมอ ใช้เวลานานและได้ผลกับริ้วรอยตื้นๆเท่านั้น สารสำคัญที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ เช่น Argireline, DMAE, Astaxanthin, AHA


เหมาะกับริ้วรอยแบบใด

- ริ้วรอยตื้นๆ ทั่วใบหน้า

ไม่เหมาะกับใคร

- คนที่มีริ้วรอยลึก

- คนที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนในระยะเวลาอันรวดเร็ว

- คนที่ไม่ค่อยมีวินัยในการทาครีม

ใช้เวลานานเท่าไหร่จึงเริ่มเห็นผล?

- เริ่มเห็นผลหลังใช้อย่างน้อย 1 เดือน ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้

อยู่ได้นานเท่าไหร่?

- อยู่ได้ประมาณ 1 เดือนหลังหยุดใช้


 


เมโส (Mesotherapy) เป็นการใช้สารสกัดเช่นเดียวกับครีมลดริ้วรอยฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนัง เพื่อช่วยเติมเต็มและฟื้นฟูผิว เห็นผลการลดเลือนริ้วรอยได้เร็วกว่าการใช้ครีม และยังช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใสได้อีกด้วย สารสกัดที่นิยมใช้ได้แก่ ไฮยาลูรอน, PN, PDRN


เหมาะกับริ้วรอยแบบใด

- ริ้วรอยตื้นๆ ทั่วใบหน้า

ไม่เหมาะกับใคร

- คนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

- คนที่มีประวัติแพ้สารสกัดที่เป็นส่วนประกอบของเมโส

- คนที่มีริ้วรอยร่องลึก

- คนที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ใช้เวลานานเท่าไหร่จึงเริ่มเห็นผล?

- เริ่มเห็นผลหลังจากฉีดประมาณ 1 - 2 สัปดาห์

อยู่ได้นานเท่าไหร่?

- แนะนำให้ทำต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้งต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1 เดือน


 


โบท็อกซ์ (Botox) โบท็อกซ์เป็นโปรตีนที่สกัดมาจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) ออกฤทธิ์โดยการลดการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด ซึ่งการฉีดโบท็อกซ์สามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด ใช้เวลาในการฉีดไม่นาน และยังช่วยป้องกันไม่ให้ริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้ากลายเป็นริ้วรอยลึกในอนาคตด้วย


เหมาะกับริ้วรอยแบบใด

- ริ้วรอยเล็กๆ ทั่วใบหน้า

- ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

- ริ้วรอยตีนกา

- ร่องแก้มตื้นๆ

ไม่เหมาะกับใคร

- คนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

- คนที่มีประวัติแพ้ Botulinum toxin

- คนที่ผิวหนังติดเชื้อบริเวณที่จะฉีดโบท็อก

ใช้เวลานานเท่าไหร่จึงเริ่มเห็นผล?

- เริ่มเห็นผลหลังจากฉีด 3 – 7 วัน และเห็นผลเต็มที่ในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์

อยู่ได้นานเท่าไหร่?

- อยู่ได้นาน 6 - 8 เดือนหลังการฉีด 1 ครั้ง


 


ฟิลเลอร์ (Filler) เป็นการใช้ไฮยาลูรอนชนิด cross link หรือสารเติมเต็มอื่นๆ ช่วยลดได้ทั้งริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้าและเติมเต็มริ้วรอยที่เป็นร่องลึกได้ เห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกหลังฉีด นอกจากนี้ไฮยาลูรอนยังช่วยอุ้มน้ำให้แก่ผิว จึงชะลอการเกิดร่องลึกเพิ่มขึ้นในอนาคตได้


เหมาะกับริ้วรอยแบบใด

- ริ้วรอยลึก

- ร่องใต้ตา

- ร่องแก้ม

ไม่เหมาะกับใคร

- คนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

- คนที่มีประวัติแพ้ยาชา

- คนที่ผิวหนังติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด

- คนที่มีริ้วรอยเล็กๆ ตื้นๆ

ใช้เวลานานเท่าไหร่จึงเริ่มเห็นผล?

- เริ่มเห็นผลทันทีหลังจากฉีด

อยู่ได้นานเท่าไหร่?

- อยู่ได้นาน 8 - 12 เดือนจากการฉีด 1 ครั้ง


 


เลเซอร์ (Laser) เป็นการใช้เครื่องมือส่งพลังงานไปยังใต้ชั้นผิวหนังเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า เครื่องเลเซอร์มีหลายชนิด เช่น Nd:YAG, Fractional laser, IPL สามารถช่วยลดเลื่อนริ้วรอย รวมถึงจุดด่างดำบนใบหน้าได้ หลังทำควรเลี่ยงการออกแดดเพราะเป็นช่วงที่ผิวขาดความแข็งแรง


เหมาะกับริ้วรอยแบบใด

- ริ้วรอยตื้นๆ ทั่วใบหน้า

- ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

- ริ้วรอยตีนกา

- ริ้วรอยที่คอ

ไม่เหมาะกับใคร

- คนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

- คนที่ต้องทำงานกลางแจ้ง หลีกเลี่ยงแสงแดดไม่ได้

ใช้เวลานานเท่าไหร่จึงเริ่มเห็นผล?

- ประมาณ 3 - 4 สัปดาห์

อยู่ได้นานเท่าไหร่?

- แนะนำให้ทำ 2 - 3 ครั้ง ผลลัพธ์คงอยู่นาน 6 เดือน


 


ไฮฟู่ (Hifu) เป็นการใช้คลื่นอัลตร้าซาวน์ยิงลงไปใต้ชั้นผิวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวบริเวณที่ทำหัตถการดูเต่งตึง กระชับ เรียบเนียนขึ้น แก้ได้ทั้งปัญหาริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อย เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่มาก


เหมาะกับริ้วรอยแบบใด

- ริ้วรอยตื้นๆ ทั่วใบหน้า

- ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

- ริ้วรอยตีนกา

- ริ้วรอยที่คอ

ไม่เหมาะกับใคร

- คนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

- คนที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกมาไม่เกิน 6 เดือน เนื่องจากเป็นการปล่อยพลังงานลงผิวชั้นลึกจึงอาจทำให้ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์หรือโบท็อกสั้นลงได้

- คนที่เคยร้อยไหมมาก่อน เพราะความร้อนอาจทำให้ไหมขาดได้ ควรรอให้ไหมละลายหมดก่อน

ใช้เวลานานเท่าไหร่จึงเริ่มเห็นผล?

- เริ่มเห็นผลทันที เห็นผลเต็มที่ใน 2 - 3 เดือน

อยู่ได้นานเท่าไหร่?

- ผลลัพธ์คงอยู่นาน 6 เดือน - 1 ปี


 


อัลเทอร่า (Ulthera) เครื่องมือที่ได้รับความนิยมในการกระชับหย่อนคล้อยและปรับกรอบหน้าให้คมชัดขึ้น โดยอัลเทอร่าเป็นเทคโนโลยีที่ปล่อยคลื่นอัลตราซาวด์เข้าสู่ชั้นผิวไปกระตุ้นชั้นผิวให้เกิดการหดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ นอกจากจะส่งผลให้ผิวที่หย่อนคล้อยยกกระชับขึ้นแล้วยังช่วยให้ริ้วรอยลดเลือนลง เหมาะกับคนที่มีริ้วรอย ผิวเหี่ยวย่น และผิวหย่อนคล้อย


เหมาะกับริ้วรอยแบบใด

- ริ้วรอยตื้นๆ ทั่วใบหน้า

- ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

- ริ้วรอยตีนกา

- ริ้วรอยที่คอ

- ร่องแก้มตื้นๆ

ไม่เหมาะกับใคร

- คนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

- คนที่กำลังตั้งครรภ์

- คนที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกมาไม่เกิน 6 เดือน เนื่องจากเป็นการปล่อยพลังงานลงผิวชั้นลึกจึงอาจทำให้ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์หรือโบท็อกสั้นลงได้

- คนที่เคยร้อยไหมมาก่อน เพราะความร้อนอาจทำให้ไหมขาดได้ ควรรอให้ไหมละลายหมดก่อน

ใช้เวลานานเท่าไหร่จึงเริ่มเห็นผล?

- เริ่มเห็นผลทันที เห็นผลเต็มที่ใน 2 - 3 เดือน

อยู่ได้นานเท่าไหร่?

- ผลลัพธ์คงอยู่นาน 1 - 2 ปี


 


เทอร์มาจ (Thermage) เป็นเทคโนโลยีที่ปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุสู่ชั้นผิว ลึกได้ถึงชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous fat) ช่วยลดไขมันพร้อมกระตุ้นการสร้างคลอลาเจนและอิลาสตินใหม่ขึ้นมา ทำให้ผิวเรียบเนียบขึ้น ริ้วรอยดูจางลง แก้ปัญหาริ้วรอยและร่องตื้นๆ ได้ และยังช่วยแก้ปัญหาผิวไม่กระชับ แก้มห้อย ผิวหย่อนคล้อยได้


เหมาะกับริ้วรอยแบบใด

- ริ้วรอยตื้นๆ ทั่วใบหน้า

- ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

- ริ้วรอยตีนกา

- ริ้วรอยที่คอ

- ร่องแก้มตื้นๆ

ไม่เหมาะกับใคร

- คนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

- คนที่กำลังตั้งครรภ์

- คนที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกมาไม่เกิน 6 เดือน เนื่องจากเป็นการปล่อยพลังงานลงผิวชั้นลึกจึงอาจทำให้ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์หรือโบท็อกสั้นลงได้

- คนที่เคยร้อยไหมมาก่อน เพราะความร้อนอาจทำให้ไหมขาดได้ ควรรอให้ไหมละลายหมดก่อน

ใช้เวลานานเท่าไหร่จึงเริ่มเห็นผล?

- เริ่มเห็นผลทันที เห็นผลเต็มที่ใน 2 - 3 เดือน

อยู่ได้นานเท่าไหร่?

- ผลลัพธ์คงอยู่นาน 1 - 2 ปี


 


ร้อยไหม (Thread lift) เป็นการใช้ไหมละลายร้อยเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อดึงให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นและเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบเส้นไหมทำให้ผิวยังคงดูกระชับแม้ไหมจะละลายไปแล้ว โดยไหมแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ

ไหมเงี่ยง เส้นไหมจะมีเงี่ยงเล็กๆ เพื่อเกี่ยวเนื้อให้ยกขึ้นตามแนวเส้นไหม และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน แก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึก ตีนกา และร่องแก้มได้ดี เห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ

ไหมเรียบ เส้นไหมจะเรียบและขนาดเล็กกว่าไหมเงี่ยง ช่วยเพิ่มวอลลุ่มผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน แก้ปัญหาริ้วรอยเล็กๆ ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ร่องใต้ตาและตีนกาได้ดี


เหมาะกับริ้วรอยแบบใด

- ริ้วรอยตื้นๆ ทั่วใบหน้า

- ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

- ริ้วรอยตีนกา

- ร่องแก้ม ร่องใต้ตา

ไม่เหมาะกับใคร

- คนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

- คนที่กำลังตั้งครรภ์

- คนที่มีอาการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะทำ

- คนที่แพ้ยาชา

- คนที่มีเกล็ดเลือดต่ำหรือคนที่กินต้องกินยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ

ใช้เวลานานเท่าไหร่จึงเริ่มเห็นผล?

- เห็นผลหลังทำทันที เห็นผลลัพธ์ชัดเจนใน 1 เดือน

อยู่ได้นานเท่าไหร่?

- ผลลัพธ์คงอยู่นาน 6 เดือน - 1 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของเส้นไหม


 


ความเหมาะสม

ความเจ็บ

คะแนนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ครีมลดริ้วรอย

ริ้วรอยตื้นๆ


ดี



เมโส

​ริ้วรอยตื้นๆ




โบท็อก

​ริ้วรอยเล็กๆ ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ริ้วรอยตีนกา ร่องแก้มตื้นๆ




ฟิลเลอร์

​ริ้วรอยลึก

ร่องใต้ตา

ร่องแก้ม





​เลเซอร์

ริ้วรอยตื้นๆ ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ริ้วรอยตีนกา ริ้วรอยที่คอ




ไฮฟู่

ริ้วรอยตื้นๆ

ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

ริ้วรอยตีนกา

ริ้วรอยที่คอ






อัลเทอร่า

​ริ้วรอยตื้นๆ

ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

ริ้วรอยตีนกา

ริ้วรอยที่คอ

ร่องแก้มตื้นๆ




เทอร์มาจ

​ริ้วรอยตื้นๆ

ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

ริ้วรอยตีนกา

ริ้วรอยที่คอ

ร่องแก้มตื้นๆ




ร้อยไหม

​ริ้วรอยตื้นๆ

ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก

ริ้วรอยตีนกา

ริ้วรอยที่คอ

ร่องแก้ม ร่องใต้ตา








INNOCELLA เคล็ดลับ ช่วยฟื้นฟูสุขภาพโดยรวม กระตุ้นการทำงานและชะลอความเสื่อมของร่างกายทั้งระบบ

STEM CELL STIMULATING FACTOR : ซ่อมเเซม ฟื้นฟูร่างกาย เเละ กระตุ้นการผลิต Stem Cell จากไขกระดูกได้เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ

GROWTH FACTOR : กระตุ้นการเจริญเติบโต ซ่อมเเซมทุกระบบของร่างกาย เช่น NGF ช่วยการเจริญของระบบประสาท HGF ช่วยการเจริญเติบโตและซ่อมแซมตับ EGF ช่วยเรื่องผิวพรรณ IGF ช่วยชะลอความชราและปรับสมดุลฮอร์โมนจึงช่วยเรื่องลดอาการของวัยทอง

PDRN (POLYDEOXYRIBONUCLEOTIDE) : เร่งการรักษาบาดเเผล ฟื้นฟูเสริมเสร้างเส้นใยคลอลาเจนเเละอิลาสตินใต้ชั้นผิว ปกป้องผิวจากการทำลายจากรังสียูวี

CYTOKINES : ควบคุมการทำงาน สร้างแอนติบอดี้ กระตุ้นเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันให้เเข็งเเรง

MESENCHYMAL EXTRACT : ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเเละหลอดเลือดให้กับชั้นผิว เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวให้ดูเนียนนุ่ม

PEPTIDES : ฟื้นฟูร่างกายให้เข้าสู่ภาวะปกติมีพลังชีวิต เร่งการสร้างเนื้อเยื่อ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ คงความเป็นหนุ่มสาว เเละคงความมีอายุยืนนานไว้


สนใจสินค้าของ INNO CELLA สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

ได้ที่ 061-5325495 หรือ กดเเอด Line ด้านล่างได้เลยค่ะ




23 views0 comments
bottom of page