google-site-verification=9VOZgimJANsgs_Dq-9l_ihQZYb13BCS2pPhLfPJhbIU
top of page

ร้อยไหม VS ไหมน้ำ แตกต่างกันอย่างไร ?

Updated: Nov 9, 2023


ร้อยไหม VS ไหมน้ำ แตกต่างกันอย่างไร

ปัจจุบันนอกจากจะมีการร้อยไหมลงไปในชั้นผิวหนังแล้ว ยังมีหัตถการฉีดไหมน้ำอีกด้วย ซึ่งวิธีการและผลลัพธ์นั้นแตกต่างกัน เนื่องจากการร้อยไหมจะช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ให้ดูเต่งตึงพร้อมเสริมคอลลาเจนให้กับผิว ส่วนไหมน้ำจะช่วยในเรื่องการเติมเต็ม ฟื้นฟูผิว ลดเลือนริ้วรอย ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์

ดังนั้นถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่ทราบว่าข้อดี-ข้อเสียของแต่ละหัตถการเป็นอย่างไร? ทำแล้วจะเจ็บไหม? ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไร? เราจะพาคุณมาหาคำตอบผ่านบทความด้านล่างนี้กันเลย

 

เลือกหัวข้อที่สนใจอ่านตามด้านล่าง

 

ความแตกต่างระหว่างร้อยไหมกับไหมน้ำ

ร้อยไหมกับไหมน้ำเป็นหัตถการที่ช่วยปรับรูปหน้าได้ดีเหมือนกัน แต่วิธีการทำงานนั้นไม่เหมือนกันเลยค่ะ โดยทั้งสองมีวิธีทำงานที่แตกต่างกัน ดังนี้


การร้อยไหม

การใช้เส้นไหมที่ผลิตจากวัสดุที่สามารถละลายได้ในร่างกายและขับออกเองได้ มาใช้ในการยกกระชับผิว จากเงี่ยงของเส้นไหมที่เข้าไปยึดเกาะกับชั้นผิวแล้วดึงให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพ เช่น ริ้วรอยหรือร่องลึกจากความหย่อนคล้อยสู่การยกกระชับให้เรียบตึง พร้อมกับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังอีกด้วย


การใช้ไหมน้ำ

ไหมน้ำ คือ

การนำวัสดุชนิดเดียวกับการผลิตเส้นไหมมาผ่านกระบวนการ Nano technology ให้เกิดเป็นละอองผงที่สามารถละลายน้ำได้ แล้วนำไปฉีดได้ทั่วบริเวณของใบหน้า ซึ่งจะช่วยเติมเต็มใบหน้ากระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และยังช่วยลดเลือนริ้วรอย


 

ร้อยไหมเจ็บไหม VS ไหมน้ำเจ็บไหม


ร้อยไหมเจ็บไหม VS ไหมน้ำเจ็บไหม

ระดับความเจ็บร้อยไหม (ระหว่างทำ)

ระดับความเจ็บในระหว่างการร้อยไหมนั้นจะไม่รู้สึกเจ็บ จะเจ็บแค่ตอนฉีดยาชาเท่านั้น และหลังร้อยไหมเห็นผลชัดเจนทันที


ระดับความเจ็บไหมน้ำ (ระหว่างทำ)

ระดับความเจ็บในระหว่างทำหัตถการไหมน้ำจะไม่รู้สึกเจ็บ ไม่บวม และต้องใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป จึงจะเริ่มเห็นผล


ระดับความเจ็บร้อยไหม (ช่วงพักฟื้น)

หลังจากร้อยไหมเสร็จแล้ว เมื่อยาชาหมดฤทธิ์ อาจรู้สึกปวดระบมบริเวณที่ร้อยไหม และมีอาการบวมแดง ในช่วงนี้ให้รับประทานยาแก้ปวด paracetamol เพื่อบรรเทาอาการ หลังจากนั้น 2-3 วัน อาการปวดจะเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ


ระดับความเจ็บไหมน้ำ (ช่วงพักฟื้น)

หลังจากทำหัตถการไหมน้ำเสร็จแล้ว จะไม่รู้สึกเจ็บ แต่ต้องงดทาครีมบริเวณรอยเข็ม 24 ชั่วโมง และไม่ควรนวดหรือกดผิวบริเวณที่ฉีด

 

ผลลัพธ์ร้อยไหม VS ผลลัพธ์ไหมน้ำ


ผลลัพธ์ร้อยไหม VS ผลลัพธ์ไหมน้ำ

ผลลัพธ์ของการร้อยไหม

ผลลัพธ์ของการร้อยไหม จะเห็นได้ชัดเจนทันทีในเรื่องของการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้เรียว ลดเลือนริ้วรอย เสริมความเต่งตึงให้กับผิว


ผลลัพธ์ของไหมน้ำ

ผลลัพธ์ของไหมน้ำจะเป็นในส่วนของการเติมเต็มเพิ่ม Volume ใบหน้า ลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ฟื้นฟูผิว ให้ผิวดูอิ่มฟู แลดูอ่อนเยาว์

 

ข้อดี-ข้อเสีย ร้อยไหม VS ไหมน้ำ

ข้อดี-ข้อเสีย ร้อยไหม

ข้อดี

1.) เงี่ยงของเส้นไหมยกผิวหน้าได้ดี และเห็นการเปลี่ยนแปลงรูปหน้าชัดเจน

2.) ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นหลังทำ

3.) เห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

4.) เส้นไหมละลายโดยที่ไม่เหลือสารตกค้างในร่างกาย


ข้อเสีย

1.) อาจจะมีอาการบวม ฟกช้ำช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลังทำ

2.) อาจทำให้เกิดพังผืดได้ถ้าร้อยไม่ถูกวิธี

3.) เลือดอาจไหลออกมามาก และเสี่ยงการติดเชื้อได้มากกว่า


ข้อดี-ข้อเสีย ไหมน้ำ

ข้อดี

1.) ไม่เกิดรอยแผลหรืออาการบาดเจ็บเป็นวงกว้าง

2.) ลดการเสี่ยงติดเชื้อ

3.) ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำหัตถการ

4.) ระยะเวลาในการทำหัตถการน้อยกว่า

5.) สามารถกระจายตัวไปทั่วใบหน้าได้ดี กระตุ้นได้ทั่วถึงมากกว่า


ข้อเสีย

1.) ผลการยกผิวหน้าไม่ได้เยอะเท่าการร้อยไหม

2.) ราคาแพง

3.) หลังฉีดอาจมีอาการบวมในบางเคส

4.) ใช้ระยะเวลาในการเห็นผลช้า ประมาณ 2-4 สัปดาห์ จึงจะเริ่มเห็นผล

5.) หากฉีดผิดจุด หรือแพทย์ไม่มีความชำนาญ มีโอกาสทำให้หลอดเลือดอุดตัน กล้ามเนื้อตายได้

 

bottom of page