รอยยับรอบดวงตา มาก็ตอนอายุ 30 ปี

·รวมต้นเหตุ ·วิธีรักษา ·รับมือกับปัญหาริ้วรอยรอบตา


หนึ่งในปัญหาน่าหนักใจอันดับต้นๆ สำหรับคนที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ก็คือ ปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา ทั้งรอยตีนกา ปัญหาใต้ตาเหี่ยวย่น ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักสร้างความปวดใจให้เราในทุกๆครั้งที่เราส่องกระจก ยิ่งอายุมากขึ้นเจ้าปัญหารอยเหี่ยวย่นรอบดวงตาก็ยิ่งปรากฏชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ เราลองมาดูสาเหตุของปัญหาริ้วรอยรอบดวงตาเหล่านี้ รวมไปถึงวิธีการลดริ้วรอยใต้ดวงตาแบบเห็นผลเวิร์คสุดๆกันดีกว่า



สาเหตุการเกิด ริ้วรอยใต้ตา รอยย่นใต้ตา ริ้วรอยรอบดวงตา

-อายุที่มากขึ้น

แน่นอนว่าเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็จะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง อิลาสตินและคอลลาเจนเสื่อมสภาพลง ประกอบกับผิวหนังบริเวณใต้ตามีความละเอียดและบอบบางมากกว่าบริเวณอื่น เมื่อผิวหนังมีการขยับบ่อยๆ จึงทำให้เกิดริ้วรอยร่องลึก ริ้วรอยรอบดวงตา รอยย่นใต้ตา ริ้วรอยใต้ตาโดยเฉพาะบริเวณ หางตา ใต้ตา รอบดวงตา ซึ่งผิวหนังรอบดวงตามักเป็นบริเวณที่เกิดริ้วรอยได้เร็วกว่าผิวหนังบริเวณอื่นๆ

-พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำให้เกิด ริ้วรอยรอบดวงตา

การใช้ชีวิตของเราก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตาได้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงอารมณ์ สีหน้าต่างๆ เช่น การยิ้ม การย่นจมูก การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ความเครียด ความกังวล พักผ่อนไม่เพียงพอ รวมไปถึงการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ซึ่งมีสารนิโคตินและสารพิษอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ผิว ทำให้สุขภาพผิวแย่ลง เกิดริ้วรอยได้ง่าย


-แสงแดด

แสงแดดเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตา เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงและหาวิธีป้องกัน รังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายอีลาสตินกับคอลลาเจนในผิวหนังให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น เมื่อผิวขาดความยืดหยุ่นก็จะเกิดเป็นรอยพับและร่องลึกบนผิว


-ผิวแห้งก็ทำให้เกิดริ้วรอยใต้ตาได้

สำหรับใครที่ประสบปัญหาผิวแห้ง จะสังเกตได้ว่าเมื่อผิวแห้งจะทำให้ผิวอ่อนแอ ขาดความยืดหยุ่น ขาดความชุ่มชื้น ส่งผลให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้า ริ้วรอยใต้ตา รอยย่นใต้ตา ริ้วรอยรอบดวงตาและมองเห็นชัด โดยเฉพาะส่วนของใบหน้าที่มีการขยับอยู่ตลอดเวลา



รวมวิธีการรักษาริ้วรอยรอบดวงตาด้วยเข็มโดยแพทยืผู้เชียวชาญ และ เครื่องมือความงาม

ลดริ้วรอยเติมเต็มด้วยเมโสเทอราปี (Mesotherapy)

เป็นการฉีดตัวยาเข้าไปบริเวณผิวหนังชั้นในในส่วนของใบหน้าเพื่อให้ผิวที่คล้ำ ขาดน้ำ หรือมีจุดด่างดำ ฝ้า รอยคล้ำรอบดวงตา กลับมาเปล่งปลั่ง อิ่มฟู เรียบเนียน เพราะพื้นฐานของความงามบนใบหน้าต้องเริ่มต้นจากผิวที่แข็งแรง การฉีดเมโสหน้าใสจะมีตัวช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเป็นหลัก และมีตัวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวฟูขึ้น กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยต่างๆ รวมถึงริ้วรอยบริเวณใต้ตาด้วย


ลดริ้วรอยด้วยโบท็อกซ์ (Botox) การฉีดในบริเวณกล้ามเนื้อที่มีการขยับบ่อยๆจนเกิดเป็นริ้วรอย เช่น ริ้วรอยใต้ตาที่เป็นริ้วเล็กๆ รวมถึงรอยตีนกาอย่างได้ผลภายใน 1-2 สัปดาห์หลังทำ โดยโบท็อกซ์จะมีคุณสมบัติทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเกิดการคลายตัวชั่วคราว ทำให้ริ้วรอยจางลงอย่างชัดเจน เหมาะกับคนที่ใช้สารพัดครีมใต้ดวงตามาแล้วแต่ไม่ได้ผล


เติมเต็มร่องลึกใต้ตาด้วยฟิลเลอร์ (Filler)

คือ การฉีดสารเติมเต็มกลุ่มสารไฮยาลูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) หรือ เรียกว่า “HA” เข้าสู่ผิวบริเวณที่เป็นร่องลึกใต้ผิวหนัง เพื่อช่วยให้ผิวเต่งตึง อวบอิ่ม รวมทั้งร่องลึกเรียบ เนียนยิ่งขี้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากฟิลเลอร์เป็นสารที่เลียนแบบสารที่มีตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติช่วยเติมคอลลาเจนที่หายไปให้กลับมา โดยสารไฮยาลูโรนิคแอซิดจะช่วยกักเก็บน้ำให้แก่ชั้นใต้ผิวในจุดที่ต้องการได้รับการแก้ไข เพื่อเติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง การฉีดฟิลเลอร์ทำให้ผิวเกิดความ ยืดหยุ่น เพิ่มความเต่งตึงเนียนเรียบ ริ้วรอยร่องลึกต่างๆ จึงดูตื้นขึ้นจางลง


การฉีดไขมันใต้ตา (Lipofilling)

เป็นการเติมเต็มใบหน้าด้วยการใช้ไขมันตัวเอง เติมในส่วนที่ขาดบนใบหน้า ส่วนที่มีปัญหาริ้วรอยหรือบริเวณร่องลึกต่างๆ เรียกง่ายๆ คือการย้ายเซลล์ไขมันจากส่วนที่เราไม่ต้องการแล้ว ไปเติมเต็มในส่วนที่ขาดแทนการฉีดฟิลเลอร์ ไม่มีสารสังเคราะห์หรือ สิ่งแปลกปลอม การฉีดไขมันหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้หรือ ผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นได้ หากฟิลเลอร์ที่เราฉีดไม่ได้เป็นฟิลเลอร์แท้


PRP (Platelet Rich Plasma)

เป็นวิธีการลดริ้วรอย โดยใช้กรรมวิธีทาง Biotechnology โดยการนำเอาเลือดของคนไข้จำนวนเล็กน้อย มาผ่านขบวนการ เพื่อคัดแยกเกล็ดเลือด ซึ่งมีคุณสมบัติในการซ่อมแซมเซลล์ตามธรรมชาติ เมื่อเกิดบาดแผล ทำให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ และสร้างคอลลาเจนอย่างรวดเร็ว PRP จึงเป็นสารน้ำในเลือดที่มีเกล็ดเลือดจำนวนมาก เป็นที่มาของชื่อ platelet rich plasma หรือ PRP นั่นเอง เมื่อได้สารน้ำที่เต็มไปด้วยเกล็ดเลือดจำนวนมาก พร้อมสำหรับการซ่อมสร้างเซลล์ภายใน ก็จะนำมาฉีดกลับเข้าไปในคนไข้ เพื่อลดเลือนริ้วรอย และเติมเต็ม ผิวที่เป็นร่องลึก ทำให้เกิดการฟื้นฟูคอลลาเจนจากภายใน ทำให้ริ้วรอย และร่องลึก ค่อยๆเติมเต็ม


รักษาด้วยคลื่นวิทยุ HIFU (High Intensity Focused Ultrasound)

คลื่นความถี่วิทยุสูงลงไปทำปฏิกิริยากับผิวได้ถึง 3 ระดับอย่างแม่นยำ คือ ผิวหนังแท้ชั้นตื้นๆ ชั้นเนื้อเยื่อคอลลาเจน และชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวหดกระชับและยกตัวขึ้น และเกิดกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ ผลลัพธ์คือ ผิวที่แน่นกระชับ หน้าเรียวเข้ารูป ริ้วรอยหย่อนคล้อยแลดูลดเลือนลง รวมถึงลดริ้วรอยรอบดวงตาให้จางลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการรักษาด้วยคลื่นวิทยุ HIFU นี้จะเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังทำการรักษา


การทำ RF (Radio Frequency)

เป็นการใช้คลื่นวิทยุ เพื่อส่งผ่านพลังงานลงสู่ชั้นผิวหนังแท้และไขมัน โดยพลังงาน RF จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน เพื่อเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังชั้นลึก ทำให้เกิดการไหลเวียนและการละลายของไขมันเข้าสู่หลอดน้้ำเหลือง สามารถสลายไขมันตามร่างกาย และยังช่วยให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวพรรณในส่วนที่เคยหย่อนคล้อย ไม่ว่าจะเป็นร่องหน้าผาก ริ้วรอยใต้ตา ร่องแก้ม รูปหน้า คาง ลำคอกลับมายกกระชับมากขึ้น จึงสามารถนำมาใช้นวดเพื่อแก้ปัญหาผิวพรรณบนใบหน้าได้อย่างลงตัว


การทำเลเซอร์ Laser Resurfacing เช่น CO2 laser, Erbium Laser, YSGG laser

ช่วยกระตุ้นกระบวนการผลิตคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ส่งผลให้ผิวเรียบเนียนน่าสัมผัส และช่วยลดริ้วรอยรอบดวงตาได้ในระยะยาว



InnoGlossy เสริมทัพแห่งการดูแลผิวด้วยสารสกัดจากดอกพริมูล่า 1 ใน 7 พืชสมุนไพรแห่งผิว ฤทธิ์ชั้นเลิศจากเทือกเขาแอลป์ ปรับผิวที่บอบบางให้กลับมาเรียบเนียบ ฟู เติมเต็ม ฉ่ำวาวใส อย่างเห็นผลด้วยการผสมผสานสารสกัดสำคัญที่ช่วยในเรื่อง 3 ปัจจัยหลักสำคัญของผิว ฟื้นฟู ปกป้อง บำรุง


112 views0 comments