google-site-verification=9VOZgimJANsgs_Dq-9l_ihQZYb13BCS2pPhLfPJhbIU
top of page

ตอบทุกข้อควรรู้ก่อนการ “ร้อยไหม”

Updated: Nov 9, 2023


ตอบทุกข้อควรรู้ก่อนร้อยไหม

สำหรับใคร ที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการร้อยไหม คุณเข้ามาในบทความนี้ถูกต้องแล้ว เพราะบทความด้านล่างนี้ ได้รวบรวมเนื้อหาที่ควรรู้ก่อนการร้อยไหม เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่สวย และตรงใจ ซึ่งในบทความด้านล่างนี้จะมีหัวข้ออะไรบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ

 

เลือกหัวข้อที่สนใจอ่านตามด้านล่าง

 

การร้อยไหม คือการนำเส้นไหมสอดลงใต้ชั้นผิวหนังโดยหวังผลในด้านต่าง ๆ ทั้งการยกกระชับ ปรับรูปหน้า แก้ปัญหาคิ้วตก หนังตาตก สันจมูกไม่ได้รูป ในกรณีนี้จะใช้ไหมที่มีเงี่ยงเกี่ยวผิวขึ้นมาตามแนวเส้นไหม เพื่อดึงผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้นและเห็นผลได้ทันทีหลังทำ นอกจากนี้ยังทำให้ผิวหน้าเต่งตึง โดยการใช้ไหมเส้นเล็กจำนวนมากร้อยเข้าไปยังบริเวณใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวบริเวณที่ร้อยไหมเข้าไปเกิดการกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจน ผิวจึงกระชับเต่งตึงขึ้น

 

การร้อยไหมแบ่งตามวัสดุที่ใช้ในการทำเส้นไหมได้เป็น 2 ชนิด


1. ร้อยไหมแบบไม่ละลาย

เป็นไหมที่ไม่สามารถสลายไปได้เอง อาจเห็นผลดีในระยะแรก แต่ไหมประเภทนี้มีผลข้างเคียงสูง จึงไม่นิยมใช้ในปัจจุบัน และไหมไม่ละลายทุกตัวไม่ได้รับการรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย ได้แก่

1.1 ไหมทองคำ เป็นไหมที่ไม่สามารถสลายได้เองและมีราคาสูง อาจกระตุ้นให้เกิดการแพ้โลหะและทองคำได้ นอกจากนี้การตรวจ MRI (Magnetic Resonance Imaging) หรือเอ็กซเรย์ก็อาจเสี่ยงผิวไหม้จากความร้อนได้

1.2 ไหม Polypropylene ไม่สามารถสลายไปได้เอง ซึ่งส่งผลในระยะยาวเมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมลง ทำให้คลำเส้นไหมหรือเห็นเป็นแนวเส้นไหมได้ และในบางรายอาจเจอเส้นไหมทะลุออกมา


2. ร้อยไหมแบบละลาย

ทำจากวัสดุจำพวกพอลิเมอร์ที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติและเป็นไหมที่ใช้ในทางการแพทย์มีความปลอดภัยสูง ในปัจจุบันนิยมใช้หลายชนิด ได้แก่

2.1 PDO (Polydioxanone) ได้รับความนิยมมากที่สุด มีความแข็งแรงทนทานและมีความยืดหยุ่นได้ดี สลายได้เองใน 6 เดือน

2.2 PLLA (Poly-L-lactic acid) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี ใช้เวลาในการสลาย 12-18 เดือน ทำให้ผลลัพธ์คงอยู่ยาวนาน แต่เนื่องจากเป็นพอลิเมอร์ที่มีความแข็งมาก ความยืดหยุ่นต่ำ จึงมีปัญหาเรื่องการเปราะแตกหักง่าย

2.3 PCL (Polycaprolactone) เป็นพอลิเมอร์ที่มีแข็งแรงทนทานและความยืดหยุ่นสูง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี ใช้เวลานานถึง 18 เดือนในการสลาย ส่งผลให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน แต่มีจุดหลอมเหลวต่ำ เมื่อโดนความร้อนสูง ๆ

2.4 PCLLA เป็นพอลิเมอร์ที่ผสมระหว่าง PCL และ PLLA ทำให้ได้พอลิเมอร์ที่มีแข็งแรงทนทาน ความยืดหยุ่นสูง ทนความร้อนได้สูง ไม่เปราะหักง่าย และคงผลลัพธ์ได้อย่างยาวนาน


ชนิดของไหม


ระยะเวลาการสลาย

จุดหลอม

เหลว


การระคายเคือง

ความยืดหยุ่น

จุดเด่น

จุดด้อย

PDO

ไหมPDO

3-6 เดือน

180 ºC

เล็กน้อย

ปานกลาง

ทนทาน

ผลลัพธ์คงอยู่ได้ไม่นาน

PLLA

ไหม PLLA

12-18 เดือน

​80-180 ºC

มาก

ต่ำ

กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี

ระคายเคือง

PCL

ไหมPCL

> 18 เดือน

58-60 ºC

พบได้น้อยมาก

สูง

ผลลัพธ์คงอยู่นาน

จุดหลอมเหลวต่ำ

PCLLA

(PLLA+PCL)

ไหมPCLLA

> 18 เดือน

195-210 ºC

เล็กน้อย

ปานกลาง

กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี

ผลลัพธ์คงอยู่นาน


รู้สึกระคายเคืองกว่า PDO หรือ PCL


การร้อยไหมยังแบ่งตามลักษณะของเส้นไหมได้เป็น 2 ประเภท ซึ่งเหมาะกับการแก้ปัญหาผิวที่แตกต่างกันออกไป


1. ร้อยไหมแบบเส้นเรียบ เป็นไหมขนาดเล็ก เส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยง อาจมีลักษณะเป็นเกลียวคล้ายสปริง เพื่อช่วยเพิ่มปริมาตรบริเวณผิวหนังที่ยุบตัว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูผิว ช่วยให้ผิวแน่นเฟิร์ม ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ


ร้อยไหมแบบเส้นเรียบ

2. ร้อยไหมเงี่ยง มักเป็นไหมเส้นใหญ่ มีเงี่ยงตลอดแนวเส้นไหม ใช้สำหรับยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้า แก้ปัญหาร่องแก้ม ยกคิ้ว ยกหางตาให้ตาดูเฉี่ยวขึ้น เงี่ยงไหมแบ่งตามวิธีการผลิตได้ 2 แบบคือ เงี่ยงไหมที่เกิดขึ้นจากการถูกเลเซอร์ตัด และ เงี่ยงไหมที่ขึ้นรูปจากการหล่อ

2.1 ไหมเลเซอร์ตัด (Cutting-Cog) เงี่ยงไหมเกิดจากการถูกเลเซอร์ตัดเส้นไหม เงี่ยงจะมีลักษณะคล้ายก้างปลา จึงเรียกอีกชื่อว่าไหมก้างปลา ซึ่งประสิทธิภาพในการยึดเกาะจะขึ้นอยู่กับขนาดและความแข็งแรงของเงี่ยง เงี่ยงขนาดใหญ่ บาดลึกจะมีความแข็งแรง คงทน ยึดเกาะกับผิวได้ดี และรับน้ำหนักได้มากกว่าเงี่ยงที่มีขนาดเล็กที่อาจลื่นหลุดออกจากผิวได้ง่ายกว่า

2.2 ไหมหล่อ (Molding-Cog, Pressing-Cog) เงี่ยงไหมเกิดจากการหล่อขึ้นมา เงี่ยงจึงมีขนาดใหญ่กว่า นอกจากนี้เส้นไหมยังไม่โดนความร้อนจากเลเซอร์ เงี่ยงจึงมีความแข็งแรงยึดเกาะกับผิวได้แน่น รับน้ำหนักได้มากกว่าแบบเลเซอร์ตัด จึงสามารถยกกระชับได้ดีกว่า ทำให้เห็นผลลัพธ์ในด้านการปรับรูปหน้า เก็บกรอบหน้า แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้ดีกว่า


เงี่ยงแบบเลเซอร์ เงี่ยงแบบหล่อ

 

การร้อยไหมเหมาะกับใครบ้าง ?

  • ผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก มุมปากตก

  • ผู้ที่ใบหน้าไม่ได้สัดส่วน ต้องการปรับรูปหน้า หน้าเรียว

  • ผู้ที่มีปัญหาคิ้วตก หนังตาตก

  • ต้องการให้ตาดูคมเฉี่ยวขึ้น (Foxy eyes)

  • ต้องการยกสันจมูกให้ดูคมขึ้น (เหมาะกับคนที่ไม่ได้เสริมซิลิโคนหรือฉีดฟิลเลอร์มาก่อน)

  • ผู้ที่มีริ้วรอย รอยย่นบนใบหน้า

  • เหมาะกับคนที่กลัวการผ่าตัด ไม่อยากเสียเวลาพักฟื้น

 

ใครบ้างควรปรึกษาแพทย์ก่อนร้อยไหม ?

จริงๆ แล้วทุกคนควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการ แต่ในกรณีต่อไปนี้ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดอาการแทรกซ้อนได้


- ผู้ที่มีแผลอักเสบติดเชื้อบริเวณผิวหนังที่จะร้อยไหม

- ผู้ที่ต้องกินยาต้านการแข็งตัวของเลือดเป็นประจำ

- ผู้ที่มีเกล็ดเลือดต่ำ มีภาวะเลือดไหลไม่หยุด

- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ฮีโมฟีเลีย โรคแพ้ภูมิตัวเอง ไวรัสตับอักเสบ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี

- มีประวัติแพ้ยาชา หรือไม่เคยฉีดยาชามาก่อน ควรแจ้งแพทย์เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ยาชา

- หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร

- เคยเกิดแผลเป็นคีลอยด์

- เคยมีประวัติแพ้วัสดุที่ใช้ทำเส้นไหมที่วินิจฉัยว่าแพ้โดยแพทย์

- เคยเสริมซิลิโคนหรือฉีดฟิลเลอร์บริเวณที่ต้องการร้อยไหม

 

การเตรียมตัวก่อนการร้อยไหม

- งดรับประทานยา หรืออาหารเสริม ที่ส่งผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เช่น ยาแอสไพริน วิตามินอี ใบแปะก๊วย

- ควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 วันก่อนทำหัตถการ

- เลี่ยงการทาสกินแคร์ที่เร่งการผลัดเซลล์ผิว เช่น กรดวิตามินเอ อย่างน้อย 1 วันก่อนทำหัตถการ

- หากต้องทำฟันควรพบทันตแพทย์ และทำการรักษาให้เรียบร้อยก่อน และเลือกนัดครั้งถัดไปให้ห่างจากการร้อยไหมอย่างน้อย 1 เดือน

- หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในวันที่ทำหัตถการร้อยไหม

 

การเตรียมตัวก่อนการร้อยไหม

1. ปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์วิเคราะห์รูปหน้า และปัญหาเฉพาะของแต่ละบุคคลพร้อมให้คำแนะนำ

2. แปะยาชาตำแหน่งที่จะทำการร้อยไหม จากนั้นรอยาชาออกฤทธิ์ประมาณ 20-30 นาที

3. ทำความสะอาดใบหน้าด้วยแอลกอฮอลล์

4. ฉีดยาชาตามแนวไหมที่จะทำหัตถการ ขั้นตอนนี้อาจรู้สึกแสบเล็กน้อยจากตัวยาชา

5. ทำการร้อยไหมตามแนวที่ประเมินไว้ เพื่อปรับรูปหน้าตามต้องการ

 

การดูแลหลังการร้อยไหม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและคงผลลัพธ์ให้ยาวนาน

- สามารถล้างหน้าได้ แต่ไม่ควรถูหน้าแรง เพราะอาจทำให้เส้นไหมเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง

- งดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หลังทำหัตถการร้อยไหมแล้ว

- หลีกเลี่ยงการแตะ แกะ เกา หรือกดนวดบริเวณที่ร้อยไหม

- ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมช้ำได้ แต่การประคบแรง ๆ อาจทำให้ไหมเคลื่อนและไม่เกาะผิวได้ จึงควรประคบเท่าที่จำเป็น

- นอนหงายและหนุนหมอนสูง ในช่วง 3-5 วันแรก หลังทำหัตถการร้อยไหม

- งดออกกำลังกายหนัก ๆ หรืออบซาวน่าอย่างน้อย 3 วัน หลังทำหัตถการร้อยไหม

- ไม่ควรอ้าปากกว้างเกินไป เนื่องจากไหมจะดึงรั้งผิวทำให้รู้สึกตึงหรือเสียวแปล๊บบริเวณใบหน้าได้

- งดการกดสิวในบริเวณที่เป็นแนวไหมในช่วง 2 สัปดาห์แรก

- งดการเลเซอร์บริเวณใบหน้าในช่วง 2 สัปดาห์แรก

- หลีกเลี่ยงการทำฟันในช่วง 1 เดือนหลังร้อยไหม

- งดการทำ RF หรือ Thermage อย่างน้อย 1 เดือน

- ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะจะทำให้อาการบวมหายช้าลง

- รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

 

ผลข้างเคียงปกติจากการร้อยไหม สามารถหายได้เอง ไม่จำเป็นต้องกลับมาพบแพทย์

- มีอาการบวม แดง หรือเขียวช้ำ ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้น และหายไปเองใน 7-10 วัน

- รู้สึกตึงบริเวณที่ร้อยไหม

- อาจมีเลือดออกเล็กน้อยบริเวณที่แทงเข็มเข้าไป

- หลังร้อยไหมทันทีอาจมีรอยบุ๋มหรือผิวไม่เรียบได้บ้าง โดยจะหายไปใน 2-3 สัปดาห์

 

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดอันตราย ควรรีบกลับมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

- ไหมขาด เกิดจากเส้นไหมที่ไม่มีคุณภาพ

- ไหมทะลุ ปลายไหมโผล่ เกิดจากหมอที่ไม่มีประสบการณ์

- ใบหน้าบวมขึ้นเรื่อย ๆ มีอาการอักเสบ มีหนองบริเวณที่ร้อยไหม เกิดจากการติดเชื้อจาก การร้อยไหมกับหมอ หรือคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน

 

- ใช้ไหมละลายที่ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทยให้ใช้เพื่อการยกกระชับ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มความมั่นใจด้วยมาตรฐานการผลิตอื่น ๆ เช่น เครื่องหมาย ISO, GMP หรือ CE marking

- ปรึกษาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการและผลข้างเคียงน้อยที่สุด

- แจ้งให้แพทย์ทราบถึงโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยาก่อนทำหัตถการ

- เลือกคลินิก หรือสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ มีเลขใบอนุญาต 11 หลักติดไว้ที่หน้าคลินิก

 

ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังการร้อยไหม

ภาพรีวิวร้อยไหม

 

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการร้อยไหม


ร้อยไหมกี่วันเห็นผล ? ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน ?

ข้อดีของการร้อยไหมคือ สามารถเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนทันทีหลังร้อย และผลจะยิ่งชัดเจนขึ้นใน 4 สัปดาห์หลังร้อย โดยผลลัพธ์จะคงอยู่นาน 8 เดือน สำหรับการร้อยไหม PDO และคงอยู่ได้ 1-2 ปี สำหรับการร้อยไหม PCL


เกิดได้จากหลายสาเหตุเช่น ใช้ไหมผิดประเภท ใช้ไหมจำนวนน้อยเกินไป ไหมไม่มีคุณภาพ เงี่ยงไหมไม่เเข็งเเรง หรืออาจเกิดจากเเพทย์ที่ขาดความเชี่ยวชาญ ใช้เทคนิคการร้อยไม่เหมาะสมทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน นอกจากนี้ยังเกิดได้จากการมีเนื้อแก้มเยอะ ทำให้ไหมตกลงมาเร็วกว่าปกติ ในกรณีนี้แนะนำให้ฉีดเมโสแฟตก่อนทำการร้อยไหมเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น


อายุเท่าไรจึงควรร้อยไหม ?

การร้อยไหมจะเห็นผลลัพธ์ชัดเมื่อมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก ช่วงอายุ 30-50 ปี สำหรับในคนที่อายุน้อยแต่เริ่มตั้งแต่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยก็สามารถร้อยได้เช่นกัน


ร้อยไหมคอลลาเจนคืออะไร ?

ร้อยไหมคอลลาเจนคือ ไหมที่ใช้ร้อยเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอยเล็ก ๆ ซึ่งก็คือไหมเส้นเรียบ (Mono thread) นั่นเอง


ร้อยไหม ต้องใช้กี่เส้น ?

จำนวนเส้นไหมขึ้นอยู่กับความแน่นของผิว ปัญหาความหย่อนคล้อย และความต้องการของคนไข้ โดยจำนวนเส้นไหมที่ใช้ในแต่ละข้างไม่จำเป็นต้องเท่ากัน และไม่จำเป็นต้องเป็นไหมขนาดเดียวกัน เทคนิคเดียวกันทั้งหมด จึงต้องประเมินรูปหน้าเป็นรายบุคคลก่อนทำหัตถการ


ร้อยไหมทำให้เกิดพังผืดใต้ผิวหนังจริงหรือ ?

การร้อยไหมจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ซึ่งพังผืดใต้ผิวหนังก็คือคอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เกิดจากการร้อยไหมเข้าไปตื้นเกินทำให้เกิดเป็นพังผืดบริเวณที่ไม่พึงประสงค์

 

Comments


bottom of page